ตร.ฝึก 10 กองร้อย ปจ.รับม็อบแดงบุกกรุง!
สตช.ฝึกเข้มกำลังตำรวจในสังกัด 1,500 นาย อบรมยุทธวิธีรับม็อบเสื้อแดง ชุมนุมระหว่างวันที่ 12- 14 มี.ค.นี้ ด้านโฆษก ศปก. ระบุ จะพยายามเจรจาไม่ให้ผู้ชุมนุมนำรถอีแต๋นเข้ามาในเมืองเด็ดขาด พร้อมเตรียรถยก200 กว่าคันรับมือ พร้อมวอนประชาชนอย่าตกใจกับกระแสข่าวลือเรื่องการก่อวินาศกรรม ให้ตรวจสอบที่มา อย่าเพิ่งเชื่อทันที
วันนี้(9 มี.ค.)เมื่อเวลา 14.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ10) ฝ่ายความมั่นคงและกิจการพิเศษ ควบคุมการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีแก่ข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการในสังกัด ตร. ซึ่งมีที่ตั้งบริเวณ ตร. จำนวน 1,500 นาย โดยจัดกำลังออกเป็น 10 กองร้อย ทั้งตำรวจชายและตำรวจ หญิง โดยมีการสอนการใช้โล่ กระบอง การฝึกยิงกระสุนยาง การทำความเข้าใจการปฏิบัติต่อเหตุการณ์การชุมนุมต่างๆ เพื่อเป็นกองร้อยปราบปรามจลาจลและป้องกันตนเอง ซึ่งในกรณีนี้สามารถเข้ารักษาความสงบในพื้นที่โรงพยาบาลตำรวจซึ่งตั้งอยู่ติดกันได้ด้วย
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า การประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นการดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากมีกฎหมายรองรับหลายฉบับ แต่วันนี้ยังคงประเมินว่า ตัวเลขผู้ชุมนุมยังถึงเรือนแสน แต่ในส่วนของการปฏิบัติงาน จะต้องรอการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และฝึกกำลังพลระดับครูฝึกไว้เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นการส่งมอบกำลังพลต่างๆ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) กล่าวว่า ระหว่างนี้พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้นำรถทางการเกษตร เช่นอีแต๋น เข้ามาในพื้นที่กทม.อย่างเด็ดขาด โดยขณะนี้รัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปเจรจาเพื่อยับยั้งการนำรถเหล่านี้เข้ามาร่วมชุมนุมแล้ว เหตุผลหลักเพราะหากนำรถเหล่านี้เข้ามาจะกระทบการจราจรในกทม.และปริมณฑลอย่างหนัก การจะนำรถอีแต๋น เข้ามาในวันที่ 12 มีนาคม นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากต้องเดินทางจากจังหวัดทางภาคเหนือเข้ามา ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน จึงเห็นว่าน่าจะมีบ้าง แต่คงเดินทางมาจากภาคกลางและจังหวัดใกล้เคียงพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เตรียมรถยกไว้ กว่า 200 คัน พร้อมประสานขอความร่วมมือไปยังบริษัทเอกชนเพื่อช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย
โฆษกศปก.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามและพร้อมดำเนินการกับเว็บไซด์และสถานีวิทยุชุมชน ที่มีพฤติกรรม ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ซึ่งหากพบจะบล็อก และดำเนินคดี มีกรณีนายพรวัฒน์ ทองธนสมบูรณ์ หรือ เคทอง เป็นตัวอย่างแล้ว ส่วนการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง พร้อมอนุมัติกฎหมายประกอบอีก 18ฉบับ นั้นดี การดูแลความสงบเรียบร้อยในส่วนของพื้นที่พิเศษก็ต้องเป็นหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรดูแล แต่ในส่วนของ พื้นที่ในต่างจังหวัด หรือในพื้นที่ ที่ไม่ได้ประกาศ พ.ร.บ ความมั่นคง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะดูแลให้เป็นไปตาม แผนที่ศูนย์ปฏิบัติการ ตร.. กำหนดไว้ อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, 4, 5, 6, 8 และ ภาค 9 ที่ไม่ได้ประกาศ ส่วนการให้ข่าวในช่วงที่บ้านเมืองในช่วงที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ มั่นคง นั้น อำนาจหน้าที่ก็จะเป็นของโฆษก กอ.รมน ส่วน ตร. ก็จะให้ข่าวในส่วนที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบ
พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ในทางการข่าวนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมระดมพลมาใกล้พื้นที่ปริมณฑลแต่อย่างใด แต่ยังคงเป็นไปตามที่ แกนนำประกาศ คือการนัดชุมนุมกันในวันที่ 12 มีนาคม ตอนเที่ยงวัน ก่อนเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพมหานคร โดยชุมนุมใหญ่ใน 6 จุด ใหญ่ๆประกอบด้วย บริเวณพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ถนนวิภาวดีรังสิต อนุสาวรีย์บางเขน สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง สวนลุมพินี วงเวียนใหญ่ สี่แยกบางนา ศาลากลางจ.นนทบุรี ศาลากลางจ.สมุทรปราการ ธัญบุรีคลอง 4 รังสิตคลอง 4 ปทุมธานี ซึ่งในทุกจุดเป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังไว้ตลอดอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน เชื่อว่า กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่จะไม่ออกมาร่วมชุมนุม แต่จะดูแลชุมชนของตัวเอง ช่วยเจ้าหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ด้วย
กระแสข่าวลือเรื่องการก่อวินาศกรรม หรือสร้างความรุนแรงต่างๆนั้น ยอมรับว่ามีเยอะมาก ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวลือต่าง ตรวจสอบที่มาของข่าว อย่าเพิ่งเชื่อทันที แต่ต้องช่วยกันดูแลสอส่อง และที่สำคัญต้องมีสติเสมอ และไม่ประมาทจนเกินไป ซึ่งข่าวต่างๆที่ปล่อยมานั้น ตำรวจเองได้ทำการตรวจสอบอยู่แล้ว
พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียม เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เร้น ในเวลา 10.00น.วันที่ 10 มีนาคม จาก กองบังบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดพิษณุโลก มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ในเวลา 10.00 น.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) จะเป็นตัวแทนศปก.ตร. เข้าร่วมประชุมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะหัวหน้ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงหรือ กอ.รมน ในวันพรุ่งนี้ ที่รัฐสภาด้วย เพื่อรับมอบแผนงานและร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การดูแลความสงบของประเทศ
วันนี้(9 มี.ค.)เมื่อเวลา 14.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ10) ฝ่ายความมั่นคงและกิจการพิเศษ ควบคุมการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีแก่ข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการในสังกัด ตร. ซึ่งมีที่ตั้งบริเวณ ตร. จำนวน 1,500 นาย โดยจัดกำลังออกเป็น 10 กองร้อย ทั้งตำรวจชายและตำรวจ หญิง โดยมีการสอนการใช้โล่ กระบอง การฝึกยิงกระสุนยาง การทำความเข้าใจการปฏิบัติต่อเหตุการณ์การชุมนุมต่างๆ เพื่อเป็นกองร้อยปราบปรามจลาจลและป้องกันตนเอง ซึ่งในกรณีนี้สามารถเข้ารักษาความสงบในพื้นที่โรงพยาบาลตำรวจซึ่งตั้งอยู่ติดกันได้ด้วย
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า การประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นการดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากมีกฎหมายรองรับหลายฉบับ แต่วันนี้ยังคงประเมินว่า ตัวเลขผู้ชุมนุมยังถึงเรือนแสน แต่ในส่วนของการปฏิบัติงาน จะต้องรอการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และฝึกกำลังพลระดับครูฝึกไว้เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นการส่งมอบกำลังพลต่างๆ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) กล่าวว่า ระหว่างนี้พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้นำรถทางการเกษตร เช่นอีแต๋น เข้ามาในพื้นที่กทม.อย่างเด็ดขาด โดยขณะนี้รัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปเจรจาเพื่อยับยั้งการนำรถเหล่านี้เข้ามาร่วมชุมนุมแล้ว เหตุผลหลักเพราะหากนำรถเหล่านี้เข้ามาจะกระทบการจราจรในกทม.และปริมณฑลอย่างหนัก การจะนำรถอีแต๋น เข้ามาในวันที่ 12 มีนาคม นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากต้องเดินทางจากจังหวัดทางภาคเหนือเข้ามา ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน จึงเห็นว่าน่าจะมีบ้าง แต่คงเดินทางมาจากภาคกลางและจังหวัดใกล้เคียงพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เตรียมรถยกไว้ กว่า 200 คัน พร้อมประสานขอความร่วมมือไปยังบริษัทเอกชนเพื่อช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย
โฆษกศปก.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามและพร้อมดำเนินการกับเว็บไซด์และสถานีวิทยุชุมชน ที่มีพฤติกรรม ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ซึ่งหากพบจะบล็อก และดำเนินคดี มีกรณีนายพรวัฒน์ ทองธนสมบูรณ์ หรือ เคทอง เป็นตัวอย่างแล้ว ส่วนการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง พร้อมอนุมัติกฎหมายประกอบอีก 18ฉบับ นั้นดี การดูแลความสงบเรียบร้อยในส่วนของพื้นที่พิเศษก็ต้องเป็นหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรดูแล แต่ในส่วนของ พื้นที่ในต่างจังหวัด หรือในพื้นที่ ที่ไม่ได้ประกาศ พ.ร.บ ความมั่นคง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะดูแลให้เป็นไปตาม แผนที่ศูนย์ปฏิบัติการ ตร.. กำหนดไว้ อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, 4, 5, 6, 8 และ ภาค 9 ที่ไม่ได้ประกาศ ส่วนการให้ข่าวในช่วงที่บ้านเมืองในช่วงที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ มั่นคง นั้น อำนาจหน้าที่ก็จะเป็นของโฆษก กอ.รมน ส่วน ตร. ก็จะให้ข่าวในส่วนที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบ
พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ในทางการข่าวนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมระดมพลมาใกล้พื้นที่ปริมณฑลแต่อย่างใด แต่ยังคงเป็นไปตามที่ แกนนำประกาศ คือการนัดชุมนุมกันในวันที่ 12 มีนาคม ตอนเที่ยงวัน ก่อนเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพมหานคร โดยชุมนุมใหญ่ใน 6 จุด ใหญ่ๆประกอบด้วย บริเวณพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ถนนวิภาวดีรังสิต อนุสาวรีย์บางเขน สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง สวนลุมพินี วงเวียนใหญ่ สี่แยกบางนา ศาลากลางจ.นนทบุรี ศาลากลางจ.สมุทรปราการ ธัญบุรีคลอง 4 รังสิตคลอง 4 ปทุมธานี ซึ่งในทุกจุดเป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังไว้ตลอดอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน เชื่อว่า กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่จะไม่ออกมาร่วมชุมนุม แต่จะดูแลชุมชนของตัวเอง ช่วยเจ้าหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ด้วย
กระแสข่าวลือเรื่องการก่อวินาศกรรม หรือสร้างความรุนแรงต่างๆนั้น ยอมรับว่ามีเยอะมาก ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวลือต่าง ตรวจสอบที่มาของข่าว อย่าเพิ่งเชื่อทันที แต่ต้องช่วยกันดูแลสอส่อง และที่สำคัญต้องมีสติเสมอ และไม่ประมาทจนเกินไป ซึ่งข่าวต่างๆที่ปล่อยมานั้น ตำรวจเองได้ทำการตรวจสอบอยู่แล้ว
พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียม เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เร้น ในเวลา 10.00น.วันที่ 10 มีนาคม จาก กองบังบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดพิษณุโลก มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ในเวลา 10.00 น.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) จะเป็นตัวแทนศปก.ตร. เข้าร่วมประชุมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะหัวหน้ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงหรือ กอ.รมน ในวันพรุ่งนี้ ที่รัฐสภาด้วย เพื่อรับมอบแผนงานและร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การดูแลความสงบของประเทศ
ข่าวจาก

