กทม.จับมือนักวิชาการ ถกแก้ปัญหาขยะยั่งยืน
กทม.เตรียมขยายสัญญาจ้างเอกชนขนถ่ายมูลฝอยที่หนองแขม ออกไปอีก 1 ปี พร้อมให้สำนักสิ่งแวดล้อมเปิดประมูลหาผู้รับเหมารายใหม่กันคำครหาเอื้อเอกชนรายเดิม ขณะที่ 25 มี.ค.นี้ พรเทพ เตรียมประชุมร่วมนักวิชาการหาแนวทางแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตามโปรเจค Big solutions for big problems
นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่งบประมาณในการจ้างเหมาบริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ผู้รับเหมาในระยะที่ 2 ซึ่งดำเนินการขนมูลฝอยจากโรงงานกำจัดมูลฝอยหนองแขมไปทำลายโดยวิธีฝังกลบทั้งโครงการ 3,050 ล้านบาท จ้างเหมา 10 ปี สิ้นสุดสัญญาปี 2558 หรือภายในวงเงินงบประมาณแล้วแต่ว่าอย่างหนึ่งอย่างใดจะถึงกำหนดก่อน แต่ปัจจุบันมีมูลฝอยวันละ 3,300 ตัน ทำให้ค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้นซึ่งจากสัญญาต้องฝังกลบวันละไม่น้อยกว่า 2,000 ตัน ในราคา 418 บาท และมีการคำนวณเงินชดเชยค่าก่อสร้างและอุปกรณ์ก่อสร้าง (ค่า K) ทำให้งบหมดลงเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา และสำนักสิ่งแวดล้อม (สวล.) ได้เสนอให้ขยายสัญญาให้กับเอกชนรายเดิม หรือต่อสัญญาใหม่โดยรับเหมาราคาเดิมแต่มีหลายฝ่ายเกรงว่าจะเอื้อให้กับเอกชน ว่า วันนี้ (9 มี.ค.) ตนได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอผู้ว่าฯ กทม.ขยายเวลา 365 วัน นับถัดจากวันที่หมดสัญญาในอัตรา 418 บาทต่อตัน ขณะเดียวกันให้สำนักสิ่งแวดล้อมเสนอโครงการระยะที่ 3 โดยให้เปิดประมูลใหม่ไปพร้อมๆ กัน โดยกำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งจะทันกับระยะเวลาที่ขยายเวลาให้กับเอกชนรายเดิมในการบริหารจัดเก็บซึ่งการเลือกที่จะเปิดประมูลใหม่นั้นเป็นทางสายกลางที่ดีที่สุดเพราะเป็นการป้องกันคำครหาที่ กทม.เอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชน แต่ทั้งนี้ หากมีปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถพิจารณาขอขยายอายุต่อตามที่จำเป็นตามมติที่ประชุม
นายพรเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดการขยะแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดกรุงเทพฯก้าวหน้าแก้เรื่องใหญ่อย่างยั่งยืน Big solutions for big problems นั้น ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมกับคณะนักวิชาการเพื่อรับทราบข้อคิดเห็นว่าควรจะดำเนินการจัดการกับขยะในพื้นที่ กทม.อย่างไรดี เนื่องจากปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีหลากหลายที่สามารถนำมาใช้ดำเนินการได้โดยมีราคาตั้งแต่ 700-10,000 บาทต่อตัน ซึ่งในส่วนของ กทม.ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมโดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณโดยจะให้คณะนักวิชาการพิจารณา ทั้งนี้ อัตราที่พอรับได้อยู่ที่ 1,000-1,300 ตันต่อวัน แต่หากมูลค่าโครงการเกิน 1,000 ล้านบาท ก็ต้องเข้าพ.ร.บ.ร่วมทุนซึ่งจะทำให้ต้องใช้เวลา 3 ปี ในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ทางผู้ว่าฯ กทม.เคยดำริไว้ว่า หากจะมีการก่อสร้างเตาเผาขยะควรจะก่อสร้างเตาเผาขนาด 300-500 ตันต่อวันก็อาจไม่ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน กทม.สามารถดำเนินการได้เลย แต่ทั้งนี้ ต้องดูด้วยว่าชาวบ้านในพื้นที่จะมีการต่อต้านหรือไม่ อย่างไร
นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่งบประมาณในการจ้างเหมาบริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ผู้รับเหมาในระยะที่ 2 ซึ่งดำเนินการขนมูลฝอยจากโรงงานกำจัดมูลฝอยหนองแขมไปทำลายโดยวิธีฝังกลบทั้งโครงการ 3,050 ล้านบาท จ้างเหมา 10 ปี สิ้นสุดสัญญาปี 2558 หรือภายในวงเงินงบประมาณแล้วแต่ว่าอย่างหนึ่งอย่างใดจะถึงกำหนดก่อน แต่ปัจจุบันมีมูลฝอยวันละ 3,300 ตัน ทำให้ค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้นซึ่งจากสัญญาต้องฝังกลบวันละไม่น้อยกว่า 2,000 ตัน ในราคา 418 บาท และมีการคำนวณเงินชดเชยค่าก่อสร้างและอุปกรณ์ก่อสร้าง (ค่า K) ทำให้งบหมดลงเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา และสำนักสิ่งแวดล้อม (สวล.) ได้เสนอให้ขยายสัญญาให้กับเอกชนรายเดิม หรือต่อสัญญาใหม่โดยรับเหมาราคาเดิมแต่มีหลายฝ่ายเกรงว่าจะเอื้อให้กับเอกชน ว่า วันนี้ (9 มี.ค.) ตนได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอผู้ว่าฯ กทม.ขยายเวลา 365 วัน นับถัดจากวันที่หมดสัญญาในอัตรา 418 บาทต่อตัน ขณะเดียวกันให้สำนักสิ่งแวดล้อมเสนอโครงการระยะที่ 3 โดยให้เปิดประมูลใหม่ไปพร้อมๆ กัน โดยกำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งจะทันกับระยะเวลาที่ขยายเวลาให้กับเอกชนรายเดิมในการบริหารจัดเก็บซึ่งการเลือกที่จะเปิดประมูลใหม่นั้นเป็นทางสายกลางที่ดีที่สุดเพราะเป็นการป้องกันคำครหาที่ กทม.เอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชน แต่ทั้งนี้ หากมีปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถพิจารณาขอขยายอายุต่อตามที่จำเป็นตามมติที่ประชุม
นายพรเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดการขยะแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดกรุงเทพฯก้าวหน้าแก้เรื่องใหญ่อย่างยั่งยืน Big solutions for big problems นั้น ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมกับคณะนักวิชาการเพื่อรับทราบข้อคิดเห็นว่าควรจะดำเนินการจัดการกับขยะในพื้นที่ กทม.อย่างไรดี เนื่องจากปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีหลากหลายที่สามารถนำมาใช้ดำเนินการได้โดยมีราคาตั้งแต่ 700-10,000 บาทต่อตัน ซึ่งในส่วนของ กทม.ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมโดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณโดยจะให้คณะนักวิชาการพิจารณา ทั้งนี้ อัตราที่พอรับได้อยู่ที่ 1,000-1,300 ตันต่อวัน แต่หากมูลค่าโครงการเกิน 1,000 ล้านบาท ก็ต้องเข้าพ.ร.บ.ร่วมทุนซึ่งจะทำให้ต้องใช้เวลา 3 ปี ในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ทางผู้ว่าฯ กทม.เคยดำริไว้ว่า หากจะมีการก่อสร้างเตาเผาขยะควรจะก่อสร้างเตาเผาขนาด 300-500 ตันต่อวันก็อาจไม่ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน กทม.สามารถดำเนินการได้เลย แต่ทั้งนี้ ต้องดูด้วยว่าชาวบ้านในพื้นที่จะมีการต่อต้านหรือไม่ อย่างไร
ข่าวจาก

