แพทยสมาคมฯ ยันไม่ตกเป็นเครื่องมือบริษัทยาข้ามชาติ

แพทยสมาคมฯ ยันไม่ตกเป็นเครื่องมือบริษัทยาข้ามชาติ สำรวจสถานการณ์ยาขาดตลาด เพราะได้รับการร้องเรียน ไม่คัดค้านใช้ยาสามัญ เตรียมส่งข้อมูล รพ.ขาดยาปลายเดือน มี.ค.ให้ อย.แก้ไขปัญหา หมอชี้ อย.ควรรับเปิดใจกว้างรับฟัง


พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาจเจนพงศ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีแพทยสมาคมทำหนังสือถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อสอบถามสถานการณ์ขาดแคลนยา ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ซึ่งเป็นยาที่อยู่ในการควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า แพทยสมาคมได้รับการร้องเรียนจากโรงพยาบาลหลายแห่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐ ทั้งโรงพยาบาลในระดับจังหวัดและอำเภอ รวมถึงโรงเรียนแพทย์ เนื่องจากในปีที่ผ่านมาพบว่ามีการขาดแคลนยากลุ่มดังกล่าว จึงต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า สถานการณ์ปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร ซึ่งโรงพยาบาลต่างๆ ได้ทยอยส่งตอบกลับมาบ้างแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล คาดว่า จะสามารถจัดส่งข้อมูลให้กับอย.ได้ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งการสำรวจข้อมูลครั้งนี้ถือเป็นการทำงานร่วมกันไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งกันแต่อย่างใด

ยืนยันว่า ไม่เคยมีการปลุกระดมหมอให้ต่อต้านระบบการสั่งซื้อยาของ อย.แต่อย่างใด หมอคงไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องการปรับระบบการจัดซื้อโดยเน้นซื้อยาสามัญ และไม่ใช้ยาต้นตำรับเนื่องจากมีราคาแพงกว่านั้นแพทยสมาคมฯ ก็เห็นด้วย พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ กล่าว

ด้านดร.สุชาติ จองประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมยาสามัญและทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ยาสามัญและยาต้นตำรับได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.เหมือนกัน ดังนั้น ยาจึงมีคุณภาพเท่าเทียมกัน แต่ผู้ใช้ยาอาจจะเกิดความเคยชิน จึงเลือกใช้ยาต้นตำรับมากกว่ายาสามัญ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ขณะนี้ยาไม่ขาดตลาดอย่างแน่นอน แต่โรงพยาบาลอาจไม่ต้องการสั่งซื้อยาที่เป็นยาสามัญ นอกจากนี้ อาจเป็นเรื่องของผลประโยชน์เพราะที่ผ่านมาแพทย์มักผูกขาดการสั่งซื้อยามานาน โดยบริษัทยาข้ามชาติเป็นผู้ที่มีอิทธิพลเป็นผู้สนับสนุนพาท่องเที่ยวศึกษาดูงาน ซึ่งทำให้เกิดความเป็นหนี้บุญคุณ หรือเป็นการติดสินบนอย่างหนึ่ง

ดร.สุชาติ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลปัญหาการเข้าถึงยาของประชาชน เนื่องจากอุปสรรคในขั้นตอนการจัดหายาระดับโรงพยาบาล พบว่า การกำหนดคุณลักษณะยาของโรงพยาบาลหลายข้อไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการและมักอ้างคุณภาพของยา โดยที่ไม่มีหลักฐานทางวิชาการ ซึ่งการกำหนดให้ยาสามัญต้องมีคุณลักษณะเหมือนกับยาต้นตำรับอาจหมิ่นเหม่อย่างมากต่อการล็อกสเปก ซึ่งแท้จริงแล้วก็ไม่เกี่ยวกับคุณภาพของยา เพราะยาสามัญที่ผ่านการรับรองจากอย.ถือว่ามีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน ไม่ใช่ยาเถื่อน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชระไพบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาน้อย จ.น่าน และเลขานุการชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การที่แพทยสมาคมฯ ดำเนินการในลักษณะนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดี แม้สถานการณ์ขาดแคลนยาจะยังไม่เกิดขึ้น แต่เป็นการร่วมกันวางระบบร่วมกันดีกว่าให้เกิดปัญหาก่อน ซึ่งการขาดแคลนยาสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่เมื่อเกิดขึ้นอย.ก็ควรรีบปรับปรุงแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยต้องเปิดใจกว้างรับฟังปัญหาพูดคุยกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากการสต็อกยาไม่พอ ไม่เกี่ยวกับจัดซื้อยาสามัญ หรือยาต้นตำรับ แต่หากมีปัญหาเรื่องการใช้ยาสามัญด้วย อย.ยิ่งต้องรับฟัง มีการติดตามการใช้ยา มีการตรวจสอบคุณภาพ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดเป็นปัญหาขัดแย้งกันได้


ข่าวจาก

แสดงความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น