จม.จาก เครือข่าย รพ.ชายแดน ย้ำจุดยืนให้สิทธิรักษาฟรี คนไร้สถานะ 4.5 แสนราย
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ตเครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน ร่อนจดหมายถึงผอ.สำนักงบฯ ขอเข้าพบทำความเข้าใจแก้ปัญหาสุขภาพคนชายขอบ พร้อมแสดงจุดยืนให้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคล 4.5 แสนคน ยันของบประมาณสมเหตุสมผลตามภาระงาน ลดภาระหนี้สิ้น ไม่เป็นธรรมกับคนไทยได้รับบริการต่ำกว่าที่ควร
วันนี้ (11 มี.ค.) นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เรื่องการเสนอให้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีให้กับกลุ่มผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคล จำนวน 457,409 คน ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในเร็วๆ นี้ เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการแก้ปัญหา และชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน ทราบดีว่างบประมาณของประเทศมีจำกัด แต่คนกลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่เคยได้รับสิทธิทางสุขภาพมาก่อน อีกทั้งการพิสูจน์สถานะเกือบเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งไม่ควรปล่อยให้คนกลุ่มนี้ซึ่งส่วนใหญ่ยากจน เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ เพราะจะกลายเป็นภาระในอนาคต เมื่อป่วยหนักก็ต้องมีค่ารักษามากกว่า
การที่รัฐบาลไม่อนุมัติให้สิทธิหลักประกันสุขภาพของบุคคลผู้รอการพิสูจน์สถานะ จึงส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลในเขตแนวชายแดนอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมา มีการนำเสนอแนวคิดการให้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีของประชาชนกลุ่มนี้ต่อ ครม.หลายครั้ง แต่มีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันหลายประการ ทำให้ความเข้าใจในสถานการณ์ของพื้นที่ต่างกัน โดยหวังว่าสำนักงบประมาณจะมีจุดยืนเดียวกันในการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ในการสนับสนุนการจัดหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนคนไทยและผู้ที่รอการพิสูจน์สถานะบุคคล นพ.วรวิทย์ กล่าว
นพ.วรวิทย์ กล่าวต่อว่า เครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน เชื่อว่าการให้หลักประกันสุขภาพคนไทยที่รอการพิสูจน์สถานะ จำนวน 457,409 คน คิดเป็น 1 ใน 5 ของผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคลที่ยังไม่มีหลักประกันสุขภาพทั้งหมด โดยใช้งบประมาณหัวละ 2,067.40 บาทมีความสมเหตุสมผลกับภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้น หากไม่มีการป้องกันเมื่อป่วยหนัก ภาระหนักจะตกอยู่ที่สถานีอนามัย โรงพยาบาล ที่ต้องแบกรับภาระตามหน้าที่ที่ต้องรักษาเพื่อนมนุษย์อย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ทำให้โรงพยาบาลชายแดน มีหนี้สินจำนวนมาก และมีอัตราการพัฒนาที่ต่ำกว่าพื้นที่อื่น เพราะต้องนำงบประมาณไปแบ่งปันสำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อคนไทยในพื้นที่ให้ได้รับบริการต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเพราะมีงบประมาณจำกัด
วันนี้ (11 มี.ค.) นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เรื่องการเสนอให้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีให้กับกลุ่มผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคล จำนวน 457,409 คน ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในเร็วๆ นี้ เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการแก้ปัญหา และชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน ทราบดีว่างบประมาณของประเทศมีจำกัด แต่คนกลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่เคยได้รับสิทธิทางสุขภาพมาก่อน อีกทั้งการพิสูจน์สถานะเกือบเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งไม่ควรปล่อยให้คนกลุ่มนี้ซึ่งส่วนใหญ่ยากจน เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ เพราะจะกลายเป็นภาระในอนาคต เมื่อป่วยหนักก็ต้องมีค่ารักษามากกว่า
การที่รัฐบาลไม่อนุมัติให้สิทธิหลักประกันสุขภาพของบุคคลผู้รอการพิสูจน์สถานะ จึงส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลในเขตแนวชายแดนอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมา มีการนำเสนอแนวคิดการให้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีของประชาชนกลุ่มนี้ต่อ ครม.หลายครั้ง แต่มีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันหลายประการ ทำให้ความเข้าใจในสถานการณ์ของพื้นที่ต่างกัน โดยหวังว่าสำนักงบประมาณจะมีจุดยืนเดียวกันในการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ในการสนับสนุนการจัดหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนคนไทยและผู้ที่รอการพิสูจน์สถานะบุคคล นพ.วรวิทย์ กล่าว
นพ.วรวิทย์ กล่าวต่อว่า เครือข่ายโรงพยาบาลชายแดน เชื่อว่าการให้หลักประกันสุขภาพคนไทยที่รอการพิสูจน์สถานะ จำนวน 457,409 คน คิดเป็น 1 ใน 5 ของผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคลที่ยังไม่มีหลักประกันสุขภาพทั้งหมด โดยใช้งบประมาณหัวละ 2,067.40 บาทมีความสมเหตุสมผลกับภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้น หากไม่มีการป้องกันเมื่อป่วยหนัก ภาระหนักจะตกอยู่ที่สถานีอนามัย โรงพยาบาล ที่ต้องแบกรับภาระตามหน้าที่ที่ต้องรักษาเพื่อนมนุษย์อย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ทำให้โรงพยาบาลชายแดน มีหนี้สินจำนวนมาก และมีอัตราการพัฒนาที่ต่ำกว่าพื้นที่อื่น เพราะต้องนำงบประมาณไปแบ่งปันสำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อคนไทยในพื้นที่ให้ได้รับบริการต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเพราะมีงบประมาณจำกัด
ข่าวจาก

