อาชีวะเดือดอีก!! ผู้ช่วยฯ “นริศรา” อัด “พรหมสวัสดิ์” ไม่สนองงาน ข้ามหัวนาย
น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ ผู้ช่วยฯ นริศรา โต้แทนนาย แจงมือมืดทำหนังสือเท็จ ปลอมลายเซ็น นริศรา พร้อมส่งทนายแจ้งความแล้ว ฟาดงวงฟาดงาใส่ พรหมสวัสดิ์ อัดไม่สนองงาน เลี่ยงประชุม ทำงานไม่เห็นหัว จี้ปรับพฤติกรรมด่วน ขู่อาจเจอเด้งซ้ำรอยกระทรวงท่องเที่ยวฯ ปัดตอบเหตุขัดผลประโยชน์ ด้าน เลขาฯกอศ.ไม่สน อ้างงานเยอะจะให้วิ่งตามทุกครั้งทำไม่ได้
วันนี้(11 มี.ค.) นพ.สุทธิชัย จันทร์อารักษ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแจ้งความที่ สน.ดุสิต เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีหนังสือคำสั่ง ที่ สร.พ. 71/2553 เรื่อง ให้เร่งดำเนินการจัดซื้อชุดนักศึกษาตามแบบที่กำหนด ลงนามโดย น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ ส่งถึงผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวทั่วประเทศ ซึ่งมีเนื้อความอ้างถึงการประชุมในวันที่ 11 มี.ค. 2553 โดยให้ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษา เตรียมการจัดซื้อเสื้อผ้า โดย น.ส.นริศรา จะเป็นผู้กำหนดบริษัทให้ และห้ามซื้อจากบริษัทอื่น และหากผู้ใดฝ่าฝืนจะลงโทษขั้นสูงสุด อีกทั้งมีการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบใน 4 ภาค ได้แก่ นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ ที่ปรึกษาฯประสานงานภาคกลาง นายเจี่ยง วงศ์สวัสดิ์สุริยะ ประสานงานภาคเหนือ นายวณิชย์ อ่วมศรี ประงานภาคใต้ และตน ประสานงานภาคอีสาน ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นการปลอมลายมือชื่อ น.ส.นริศรา ด้วย
นพ.สุทธิชัย กล่าวต่อว่า หนังสือดังกล่าวยังสอดรับกับหนังสือ อีกฉบับที่ลงนามโดยผู้บริหารอาชีวศึกษา สมาชิกสมาพันธ์ครูอาชีวศึกษา ลงวันที่ 9 ก.พ.2553 ที่ระบุว่า ไม่เข้าใจว่าจะปฏิบัติตนอย่างไร ที่จะเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะหนังสือที่จะประชุมในวันที่ 11 มี.ค.2553 นั้นไม่เป็นไปตามขั้นตอนของการบริหารราชการ ตามลำดับชั้น อีกทั้ง น.ส. นริศรา ไม่รู้สถานการณ์ว่ามีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แต่ยังเรียกประชุมอยู่ ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย อย่างไรก็ตามหนังสือทั้ง 2 ฉบับนี้ ก็ไปสอดคล้องกับการแถลงข่าวของ นายสิทธิพงษ์ ณ เชียงใหม่ ประธานสมาพันธ์ครูอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย ที่ว่ามีการเชิญประชุมโดยมีวาระซ่อนเร้น มีการล้วงลูก
ตนจึงขอชี้แจงว่า น.ส.นริศรา มีการเชิญประชุมในวันที่ 11 มี.ค.จริง แต่เพื่อทำความเข้าใจ และต้องการข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวิทยาลัยในการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา และเรื่องอื่นๆ โดยสั่งการให้ นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เป็นผู้ลงนามในคำสั่ง ฉะนั้นกระบวนการดังกล่าวจึงเป็นการจ้องที่จะทำลายและมุ่งให้เกิดความเสื่อมเสีย การเข้าใจผิดของสังคม
นพ.สุทธิชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมาทุกบ่ายวันอังคาร น.ส.นริศรา ได้เรียกประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา( สอศ.) ซึ่งการประชุมที่ผ่านมาเกินกึ่งหนึ่งที่มีการนัดหมายเลขาฯ กอศ. ขาดประชุมมาโดยตลอดโดยอ้างว่าติดภาระกิจ และ ลาป่วย ขณะเดียวกันการประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(บอร์ด กอศ. ) ครั้งล่าสุดก็ได้มีการแถลงกล่าวหาว่า น.ส.นริศรา ล้วงลูกการทำงาน มาโดยตลอด
น.ส.นริศรา บริหารงานมาได้ปีกว่า บอร์ดอาชีวะก็ไม่เคยเชิญไปร่วมประชุม หรือให้คำแนะนำใดๆ เลย การประชุมที่ผ่านมาทุกครั้งไม่เคยมีบันทึกการประชุมเสนอให้ทราบ อีกทั้งการปฏิรูปการศึกษามีการจัดเสวนามา 3 ครั้ง ก็ได้เชิญบอร์ดอาชีวะ ให้มาร่วมทุกครั้งแต่ไม่ได้รับความร่วมมือเลย การทำงานไม่เคยมีการประสานงานกันเลย แต่กลับออกมาพูดว่า น.ส.นริศรา ล้วงลูก จึงอยากถามกลับว่าใครกันแน่ที่ล้วงลูก ทั้งนี้ในบอร์ด อาชีวะ เลขาฯ กอศ. ก็มีตำแหน่งเป็นถึงเลขานุการ และกรรมการ แต่ไม่เคยรายงานการประชุมเลย เหมือนต่างคนต่างทำงาน สรุปว่าการทำงานของ เลขาฯ กอศ. ขาดความร่วมมือ และไม่มีความจริงใจ อีกทั้งเรื่องกระบวนการทำหนังสือ บัตรสนเท่ห์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็ไม่มีปฏิกิริยาจากเลขาฯ กอศ. เลย ไม่คอยมาปกป้อง น.ส.นริศรา ไม่เคยดำเนินการเอาผิดลูกน้องตัวเอง ทำให้เข้าใจได้ว่า เลขาฯ กอศ.รู้เห็นเป็นใจ หรือยืมดาบฆ่าคนหรือไม่
ตลอดจนการทำงานก็ข้ามหัว น.ส.นริศรา ที่กำกับดูแล สอศ. มาตลอด จะยิงตรงถึง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. เพียงคนเดียว และหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไข เหตุการณ์อาจจะเกิดเช่นเดียวกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแน่นอน เนื่องจากการทำงานไม่สนองต่อฝ่ายนโยบาย นพ.สุทธิชัย กล่าว
เมื่อถามว่า การที่หน่วยงานในกำกับดูแลไม่สนองงาน น.ส.นริศรา ได้ทบทวนบทบาทตัวเองหรือไม่นั้น นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า มีการพูดคุยกับคณะทำงานโดยตลอด โดยคุยกันว่าหรือเป็นเพราะนายพรหมสวัสดิ์ คิดว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจาก น.ส.นริศรา ให้มานั่งเป็นซี 11 แต่มาด้วยวิถีทางของ รมว.ศึกษาธิการ ขณะเดียวกันการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบครุภัณฑ์ฯ อาจจะขัดผลประโยชน์ใครหรือไม่
เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชนที่ไม่ลงตัวทำให้ทำงานร่วมกันไม่ได้หรือไม่นั้น นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า คงตอบยาก แต่ขณะนี้มีการตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์อยู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปเหยียบตาปลาใครหรือไม่ ขัดผลประโยชน์ใครหรือไม่ ซึ่ง น.ส.นริศรา ก็ให้นโยบายมาตลอดว่าต้องการความโปร่งใส โดยการเชิญคณะกรรมการจากภายนอกมา ซึ่งเกินหน้าที่ที่จะไปสั่งการ
เมื่อถามว่า คิดว่าช้าไปหรือไม่ที่บอกว่าจะเหมือนกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพราะอีกไม่กี่เดือน เลขาฯ กอศ.ก็จะเกษียณแล้ว นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า ไม่มีอะไรสายเกินไป ถ้าไม่มีการปรับพฤติกรรมในการทำงานร่วมกันก็ต้องทำ ตนไม่ได้ขู่ แต่สิ่งที่อยากจะสื่อคือต้องการความร่วมมือ แต่กลับไม่ได้รับสิ่งเหล่านั้นเลย
ด้าน นายพรหมสวัสดิ์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องหนังสือคำสั่งที่ทีมงาน รมช.ศธ.ว่าเป็นเอกสารปลอม ตนรับทราบจากนายประดิษฐ์ ระสิตานนท์ รองเลขาธิการ กอศ. แล้ว และก็ได้แจ้งไปยัง ผอ.วิทยาลัยทั่วประเทศได้ทราบว่าหนังสือดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม พร้อมกับให้สอบหาข้อเท็จจริงด้วยว่าเอกสารดังกล่าวมาจากไหนมีความเป็นมาอย่างไร ส่วนที่ว่าตนไม่สนองงานนั้น ก็มีรองเลขาธิการ กอศ. ทำงานแทนอยู่แล้ว ซึ่งตนก็มีงานติดพันต่อเนื่องจะต้องรีบทำ ตามหลักราชการก็มอบกันอย่างนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่จะให้อยู่ด้วยทุกครั้ง มีงานสำคัญอื่นที่ต้องทำก็ต้องไปเรื่องนี้ท่านน่าจะเข้าใจ และที่บอกว่าระวังจะเหมือนกับกระทวงการท่องเที่ยวฯ นั้น เรื่องนี้เป็นสิทธิของรัฐมนตรี ตนเป็นข้าราชการไม่มีสิทธิอุทธรณ์อยู่แล้ว
วันนี้(11 มี.ค.) นพ.สุทธิชัย จันทร์อารักษ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแจ้งความที่ สน.ดุสิต เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีหนังสือคำสั่ง ที่ สร.พ. 71/2553 เรื่อง ให้เร่งดำเนินการจัดซื้อชุดนักศึกษาตามแบบที่กำหนด ลงนามโดย น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ ส่งถึงผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวทั่วประเทศ ซึ่งมีเนื้อความอ้างถึงการประชุมในวันที่ 11 มี.ค. 2553 โดยให้ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษา เตรียมการจัดซื้อเสื้อผ้า โดย น.ส.นริศรา จะเป็นผู้กำหนดบริษัทให้ และห้ามซื้อจากบริษัทอื่น และหากผู้ใดฝ่าฝืนจะลงโทษขั้นสูงสุด อีกทั้งมีการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบใน 4 ภาค ได้แก่ นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ ที่ปรึกษาฯประสานงานภาคกลาง นายเจี่ยง วงศ์สวัสดิ์สุริยะ ประสานงานภาคเหนือ นายวณิชย์ อ่วมศรี ประงานภาคใต้ และตน ประสานงานภาคอีสาน ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นการปลอมลายมือชื่อ น.ส.นริศรา ด้วย
นพ.สุทธิชัย กล่าวต่อว่า หนังสือดังกล่าวยังสอดรับกับหนังสือ อีกฉบับที่ลงนามโดยผู้บริหารอาชีวศึกษา สมาชิกสมาพันธ์ครูอาชีวศึกษา ลงวันที่ 9 ก.พ.2553 ที่ระบุว่า ไม่เข้าใจว่าจะปฏิบัติตนอย่างไร ที่จะเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะหนังสือที่จะประชุมในวันที่ 11 มี.ค.2553 นั้นไม่เป็นไปตามขั้นตอนของการบริหารราชการ ตามลำดับชั้น อีกทั้ง น.ส. นริศรา ไม่รู้สถานการณ์ว่ามีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แต่ยังเรียกประชุมอยู่ ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย อย่างไรก็ตามหนังสือทั้ง 2 ฉบับนี้ ก็ไปสอดคล้องกับการแถลงข่าวของ นายสิทธิพงษ์ ณ เชียงใหม่ ประธานสมาพันธ์ครูอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย ที่ว่ามีการเชิญประชุมโดยมีวาระซ่อนเร้น มีการล้วงลูก
ตนจึงขอชี้แจงว่า น.ส.นริศรา มีการเชิญประชุมในวันที่ 11 มี.ค.จริง แต่เพื่อทำความเข้าใจ และต้องการข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวิทยาลัยในการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา และเรื่องอื่นๆ โดยสั่งการให้ นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เป็นผู้ลงนามในคำสั่ง ฉะนั้นกระบวนการดังกล่าวจึงเป็นการจ้องที่จะทำลายและมุ่งให้เกิดความเสื่อมเสีย การเข้าใจผิดของสังคม
นพ.สุทธิชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมาทุกบ่ายวันอังคาร น.ส.นริศรา ได้เรียกประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา( สอศ.) ซึ่งการประชุมที่ผ่านมาเกินกึ่งหนึ่งที่มีการนัดหมายเลขาฯ กอศ. ขาดประชุมมาโดยตลอดโดยอ้างว่าติดภาระกิจ และ ลาป่วย ขณะเดียวกันการประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(บอร์ด กอศ. ) ครั้งล่าสุดก็ได้มีการแถลงกล่าวหาว่า น.ส.นริศรา ล้วงลูกการทำงาน มาโดยตลอด
น.ส.นริศรา บริหารงานมาได้ปีกว่า บอร์ดอาชีวะก็ไม่เคยเชิญไปร่วมประชุม หรือให้คำแนะนำใดๆ เลย การประชุมที่ผ่านมาทุกครั้งไม่เคยมีบันทึกการประชุมเสนอให้ทราบ อีกทั้งการปฏิรูปการศึกษามีการจัดเสวนามา 3 ครั้ง ก็ได้เชิญบอร์ดอาชีวะ ให้มาร่วมทุกครั้งแต่ไม่ได้รับความร่วมมือเลย การทำงานไม่เคยมีการประสานงานกันเลย แต่กลับออกมาพูดว่า น.ส.นริศรา ล้วงลูก จึงอยากถามกลับว่าใครกันแน่ที่ล้วงลูก ทั้งนี้ในบอร์ด อาชีวะ เลขาฯ กอศ. ก็มีตำแหน่งเป็นถึงเลขานุการ และกรรมการ แต่ไม่เคยรายงานการประชุมเลย เหมือนต่างคนต่างทำงาน สรุปว่าการทำงานของ เลขาฯ กอศ. ขาดความร่วมมือ และไม่มีความจริงใจ อีกทั้งเรื่องกระบวนการทำหนังสือ บัตรสนเท่ห์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็ไม่มีปฏิกิริยาจากเลขาฯ กอศ. เลย ไม่คอยมาปกป้อง น.ส.นริศรา ไม่เคยดำเนินการเอาผิดลูกน้องตัวเอง ทำให้เข้าใจได้ว่า เลขาฯ กอศ.รู้เห็นเป็นใจ หรือยืมดาบฆ่าคนหรือไม่
ตลอดจนการทำงานก็ข้ามหัว น.ส.นริศรา ที่กำกับดูแล สอศ. มาตลอด จะยิงตรงถึง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. เพียงคนเดียว และหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไข เหตุการณ์อาจจะเกิดเช่นเดียวกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแน่นอน เนื่องจากการทำงานไม่สนองต่อฝ่ายนโยบาย นพ.สุทธิชัย กล่าว
เมื่อถามว่า การที่หน่วยงานในกำกับดูแลไม่สนองงาน น.ส.นริศรา ได้ทบทวนบทบาทตัวเองหรือไม่นั้น นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า มีการพูดคุยกับคณะทำงานโดยตลอด โดยคุยกันว่าหรือเป็นเพราะนายพรหมสวัสดิ์ คิดว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจาก น.ส.นริศรา ให้มานั่งเป็นซี 11 แต่มาด้วยวิถีทางของ รมว.ศึกษาธิการ ขณะเดียวกันการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบครุภัณฑ์ฯ อาจจะขัดผลประโยชน์ใครหรือไม่
เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชนที่ไม่ลงตัวทำให้ทำงานร่วมกันไม่ได้หรือไม่นั้น นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า คงตอบยาก แต่ขณะนี้มีการตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์อยู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปเหยียบตาปลาใครหรือไม่ ขัดผลประโยชน์ใครหรือไม่ ซึ่ง น.ส.นริศรา ก็ให้นโยบายมาตลอดว่าต้องการความโปร่งใส โดยการเชิญคณะกรรมการจากภายนอกมา ซึ่งเกินหน้าที่ที่จะไปสั่งการ
เมื่อถามว่า คิดว่าช้าไปหรือไม่ที่บอกว่าจะเหมือนกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพราะอีกไม่กี่เดือน เลขาฯ กอศ.ก็จะเกษียณแล้ว นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า ไม่มีอะไรสายเกินไป ถ้าไม่มีการปรับพฤติกรรมในการทำงานร่วมกันก็ต้องทำ ตนไม่ได้ขู่ แต่สิ่งที่อยากจะสื่อคือต้องการความร่วมมือ แต่กลับไม่ได้รับสิ่งเหล่านั้นเลย
ด้าน นายพรหมสวัสดิ์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องหนังสือคำสั่งที่ทีมงาน รมช.ศธ.ว่าเป็นเอกสารปลอม ตนรับทราบจากนายประดิษฐ์ ระสิตานนท์ รองเลขาธิการ กอศ. แล้ว และก็ได้แจ้งไปยัง ผอ.วิทยาลัยทั่วประเทศได้ทราบว่าหนังสือดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม พร้อมกับให้สอบหาข้อเท็จจริงด้วยว่าเอกสารดังกล่าวมาจากไหนมีความเป็นมาอย่างไร ส่วนที่ว่าตนไม่สนองงานนั้น ก็มีรองเลขาธิการ กอศ. ทำงานแทนอยู่แล้ว ซึ่งตนก็มีงานติดพันต่อเนื่องจะต้องรีบทำ ตามหลักราชการก็มอบกันอย่างนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่จะให้อยู่ด้วยทุกครั้ง มีงานสำคัญอื่นที่ต้องทำก็ต้องไปเรื่องนี้ท่านน่าจะเข้าใจ และที่บอกว่าระวังจะเหมือนกับกระทวงการท่องเที่ยวฯ นั้น เรื่องนี้เป็นสิทธิของรัฐมนตรี ตนเป็นข้าราชการไม่มีสิทธิอุทธรณ์อยู่แล้ว
ข่าวจาก

