เมียหลวงตามทวง “ลูกหมี” ยันถอยรถเอง ไม่เคยเอาของผัวใครมาใช้

“ลูกหมี” ยันไม่เคยยึดรถจากอดีตคนรักมาใช้ ทำให้เมียหลวงต้องตามทวง บอกเพิ่งถอยป้ายแดงมาใหม่เองไม่นาน บอกรู้สึกผิดอยู่ตลอดที่เคยเป็นเมียน้อยโดยไม่รู้ตัว ลั่นถ้ามีสิ่งไหนชดใช้ให้เมียหลวงได้ก็พร้อมเสมอ แขวะฝ่ายชายไม่แมนที่หุบปากเงียบไม่เคลียร์อะไรเลย แฉซ้ำเป็นคนเอาปืนจ่อหัวตนไม่ใช่ “หลุยส์” ยังเชื่อไม่ใช่คนอาภัพรัก ซึ่งรักใหม่จะใช้ใจควบคู่ไปกับปัญญาในการคบหา

กระแสแรงตั้งแต่หนังสือแฉอดีตคนรักเก่ายังไม่ออกเลยทีเดียว สำหรับนางแบบสาว “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” ที่ตัดสินใจออกพ็อกเก็ตบุ๊ค “แลก(กับ)รัก” ที่พูดถึงเรื่องความรักอันขมขื่นกับแฟนเก่าหลายๆ คน ทั้งถูกเอาปืนจ่อหัว ทิ้งหนี้ให้บานเบอะ แถมยังให้สถานะโดยไม่ตั้งใจว่าเป็น “เมียน้อย” อีกต่างหาก ซึ่งหลายคนอาจจะมุ่งประเด็นไปที่ผู้ชายคนล่าสุดที่เพิ่งเลิกรากันไป อย่างหนุ่มนักดำน้ำ “หลุยส์ ราชันย์ มาลัยวงศ์” แต่งานนี้สาว “ลูกหมี” ยืนยันว่า อดีตสามีไม่เคยเอาปืนจ่อหัวตน แต่เป็นคนรักที่ยัดเยียดคำว่า “เมียน้อย” ให้

ซึ่งพอเจ้าตัวออกมาแฉเช่นนี้ เลยทำให้มีฟีดแบคจากกระทู้ในอินเทอร์เน็ตออกมามากมาย แต่ที่ดูเป็นประเด็นร้อนแรงเห็นจะเป็นการแฉกลับว่า “ลูกหมี” เป็นเมียน้อยของผู้ชายที่ชื่อ “ป๋อ” จริง แถมยังเอารถเขามาใช้ จนทำให้ภรรยาและลูกไม่มีรถจะไว้ใช้สอย และขอให้นางแบบสาวเอารถคันดังกล่าว คืนภรรยาและลูกเขาด้วย ทันทีที่ทราบข่าว “ลูกหมี” ยืนยันว่า ไม่เคยเอารถของฝ่ายชายมาเลย ที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นรถป้ายแดงที่เธอเพิ่งถอยมาเองไม่นาน

“ไปเอารถเขามาเหรอ คันไหนเหรอคะ คันที่ลูกหมีใช้อยู่นี่เพิ่งซื้อได้ไม่กี่เดือนเอง เพิ่งเปลี่ยนป้ายแดงไปเอง (หัวเราะ) ไม่เข้าใจเหมือนกัน ลูกหมีเพิ่งซื้อรถใหม่ เหลือรถคันเดียวค่ะ แต่ตอนที่คบกันถามว่าเขาให้อะไรเราบ้าง อันนั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วไม่มาถามเราบ้างล่ะว่า เขาทำอะไรลูกหมีบ้าง ลูกหมีว่าถ้าอยากมาคุยก็มาคุยเลยดีกว่า มานั่งโพสต์อะไรอย่างนี้มันไม่มีประโยชน์ มันตลก ถ้าคนอยากได้รถคืนแค่มาโพสต์ในอินเทอร์เน็ตเนี่ยนะ สู้ไปหาเบอร์โทรศัพท์แล้วมาคุยกันเลยไม่ดีกว่าเหรอ”

“แล้วจะบอกว่าถึงยังไงก็ช่างลูกหมีก็เป็นเมียน้อย ถึงได้บอกไงคะว่าลูกหมีไม่ทราบ จำได้ว่าวันที่รู้ว่าเขาไม่เคยเลิกกับภรรยาเก่าเขาเลยเนี่ย คือพูดไปมันก็มีแต่เสียนะคะ แต่ขอพูดจริงๆ ว่าลูกหมีได้ทำอะไรบ้าง ลูกหมีก็รู้สึกไม่ดีนะคะ ไม่ใช่ว่ารู้สึกภูมิใจนักหนาที่ไปแย่งผู้ชายของคุณมา รู้สึกไม่ดีเลย รู้สึกแย่ มีแต่นึกถึงหน้าของภรรยาเขา หรือนึกถึงชื่อของภรรยาเขา หรือนึกถึงโครงสร้างของผู้หญิงคนนึงที่เป็นภรรยาเขา นึกอย่างนั้นตลอดและรู้สึกไม่ดี รู้สึกแย่ เพราะการที่เราไปคบกับใครที่เขามีแฟนอยู่แล้ว หรือมีภรรยาอยู่แล้วโดยที่เราไม่ทราบ คือไม่ได้มีเจตนาใดๆ เลย มันยังพอได้ลดโทษกึ่งหนึ่งนะ นี่พูดถึงความผิดของตัวเอง”

“คือเรารู้สึกผิดอยู่แล้วโดยที่เราไม่ทราบ แต่พอยิ่งทราบแล้วก็รู้สึกใหญ่เลยว่าเราทำไมไม่รู้ โทษตัวเองตลอดนะคะ มันไม่เคยมีอารมณ์แบบสมน้ำหน้า มีแต่คิดถึงว่าจิตใจเขาจะเป็นยังไง รู้สึกว่าเราได้เอาเวลาของเขามา รู้สึกไม่ดีเลย อันนี้ก็คงเป็นเครื่องพิสูจน์เพียงพอว่าลูกหมีได้รู้สึกไม่ดีจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าสิ่งไหนที่หมีสามารถแก้ไขได้ หรือสิ่งไหนที่หมีจะทำได้หมีขอชดใช้ พอพูดมาถึงจุดๆ นี้ก็ต้องบอกว่าหมีได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พี่ผู้หญิงคนนี้เขาโชคดี และขอโทษจริงๆ ที่เราไม่ทราบ”

บอกเมียหลวงไม่เคยติดต่อหรือมาระราน ยิ่งทำให้ตนรู้สึกผิด แถมท้าใครอยากออกมาแฉอะไรอีก เชิญตามสบาย

“เขาก็ไม่เคยติดต่อมาทางลูกหมีนะคะ ลูกหมีถึงเคารพเขามากไงคะ คือเขาทราบหรือไม่ทราบว่าคนของเขามาคบลูกหมี อันนี้หมีไม่รู้จริงๆ ว่าเขารู้หรือเปล่า แต่หมีเคารพเขามากๆ ตรงที่ว่าหมีก็เป็นลูกผู้หญิง และถ้าเป็นเขาก็คงต้องเสียใจว่า แฟนเขาไม่อยู่กับเขาเลยปีครึ่ง ก็รู้สึกจริงๆ ว่าเราทำผิดโดยที่ไม่รู้ตัว แต่มันก็คือความผิดอยู่ดีนั่นแหละ กรรมเวรมันก็มีจริงค่ะ ไม่ต้องห่วง ลูกหมีได้รับกรรมอยู่แล้วค่ะ แล้วยิ่งพี่ผู้หญิงคนนี้หรือภรรยาหลวงคนนี้ หมีก็จะบอกว่าคุณทำบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่แล้วค่ะ ยังไงเขาก็กลับไปหาคุณ และคนที่ได้รับกรรมก็คือลูกหมี ลูกหมีขอโทษจริงๆ”

ถ้ามีใครจะออกมาแฉอะไรอีกก็เชิญตามสบายเลย แฉได้เลยเพราะว่าลูกหมีเขียนหนังสืออย่างนี้มันก็คือการแฉ ใครเขียนถึงหมีก็คือการแฉ ในอินเทอร์เน็ตก็คือการแฉลูกหมีเหมือนกัน ทราบหรือไม่ทราบไม่รู้ แต่สิ่งที่ลูกหมีทำคือสิ่งที่ลูกหมีเขียนเองทั้งหมด มันเป็นความจริงหรือไม่จริงก็ไม่มีใครทราบถูกไหมคะ แต่หมีก็การันตีด้วยตัวของหมี แล้วอยากจะบอกว่าผลกรรมมันมีจริงอยู่แล้ว ใครทำยังไงได้อย่างงั้น หมีทำยังไงก็ได้ผลอย่างนั้น ที่ผ่านมาหมีก็กล้ายอมรับว่ารู้สึกยังไง แล้วหมีก็กำลังรู้สึกเองว่า เราเอาเวลาของเขามา รู้สึกแย่มาก”

“ถ้าเกิดย้อนเวลากลับไปได้ไม่ทำเด็ดขาด(ยกมือไหว้) อย่าเลย ขอร้องจริงๆ แค่คนปกติที่เป็นแฟนกันธรรมดา แล้วเขามีแฟนอยู่แล้ว แฟนเขาก็ยังโทรไปโทรมา เรายังมีความรู้สึกเลยว่าเธอไปเคลียร์กันก่อนเถอะ เราก็รู้ว่ามันไม่ดีหรอกค่ะ คือมันอาจจะมีคบบ้างแบบคบคนที่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่นี่คือเขาเป็นคนที่มีเมียอยู่แล้ว ต้องยอมรับว่าตอนก่อนจะคบ เรารู้ว่าเขาเคยมีภรรยา แล้วเราก็ถามเขาว่าแฟนคุณล่ะ เขาก็บอกเลิกกันแล้ว หย่าแล้ว และมีแต่เราไล่ให้เขาไปส่งลูกไปโรงเรียน”

“นี่ไม่ใช่พูดว่าตัวเองชนะหรือแพ้อะไรนะคะ หัวอกผู้หญิงคือสงสารพี่เขาด้วย ถ้าเขารักกันดีกันเราก็มีความสุขด้วย เพราะเราจบก็คือจบไม่เคยไปวุ่นวาย ทุกวันนี้ที่มันต้องยืดเยื้อกันมาตลอด เพราะมันยังมีอะไรอีกมากมาย ไม่ใช่อยากจะคบหรืออะไร แต่ที่ยังไม่จบจน 8 ปีผ่านมาเราก็คิดว่า คนเราเลิกกันแล้วทำไมถึงเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เราก็เลยคิดว่าคนนี้แหละคือคนที่ดีที่สุด คิดว่าเลิกกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันได้ แต่จริงๆ แล้ว อื้อหือ....เลวที่สุดเลยล่ะคนนี้ ทั้งเอาปืนจ่อหัว ทั้งคบเราซ้อน

“คือคนนี้เลิกกันมา 8 ปีแล้วนะคะ จนหมีมีแฟนใหม่ไม่รู้กี่คน จนแต่งงานจนเลิกไปถึงเพิ่งรู้นี่เองว่า เขายังไม่เลิกกับภรรยาเขาเลย แต่ที่เราคบกันแค่ปีครึ่งเอง ไม่ใช่คบกันมา 7-8 ปีนะคะ แค่ปีครึ่ง แล้วหมีก็ออกมาตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยบอก เขาโกหก แล้วเรื่องรถอะไรนี่มันก็ไม่ใช่ ถ้าได้มาจริงเงินคงไม่หมด ไม่มีหนี้หรอก ลูกหมีกำลังจะบอกว่าสมมติถ้าเราได้ของเขามา สมมติได้ปากกามาหนึ่งด้าม แต่อย่างอื่นหมีก็ต้องเสียไปนะ ไม่ต้องพูดหรอกว่ามันต้องเสียอะไรบ้าง ถ้าคนที่ได้มันต้องได้เป็น 10 ล้าน 100 ล้าน หรือ 2-3 ล้านก็คือต้องได้ หมีไม่เคยได้แบบนั้น หมีไม่ใช่ต้องมาได้เงินเดือนเขาทุกเดือน ไปไหนมาไหนหมีซื้อของฝาก หมีก็ต้องเสียเหมือนกัน รถคันนี้ยืนยันว่าซื้อใหม่ ซื้อเอง ไปดูได้เลย”

ผู้ชายน่าจะอายที่ไม่ยอมพูดความจริง คนเราพอถึงจุดนึงที่จนตรอก บางทีมันก็ต้องสารภาพบ้างเนอะ มันจะได้การลดโทษหรือความรู้สึกอะไรต่างๆ จริงๆ จุดไคลแม็กซ์ส่วนใหญ่มันจะเป็นเรื่องของการที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้ายอมรับ แต่การที่เรายอมรับบ้างเพื่อให้คนอื่นเข้าใจถูกต้อง คือจากที่ตัวเองผิดก็ออกมาเผยความจริงบ้างก็ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นยังไง ช่วยอะไรได้บ้างก็ช่วยเถอะ ช่วยพูดออกมาเถอะ บางทีไม่พูดอะไรเลย หรือสุดท้ายก็คือเก็บเงียบมันก็น่ากลัว เพราะคนเราเคยคบกันมันก็มองกันแต่สิ่งดีๆ แต่พอเลิกกันแล้วหมียังต้องทนอีก 6-7 ปีเพื่ออะไร เพราะหมีคิดดีไง คิดว่าคนเราเลิกกันแล้วจะเป็นเพื่อนกันได้ เราถึงคุยด้วย”

“แต่ถามว่าจริงๆ อยากคุยด้วยไหม ไม่อยากคุยด้วยเลยกับผู้ชายคนนี้ เห็นไหมสุดท้ายก็โทษตัวหมีเองที่คิดบวก คือเราคิดขนาดนี้แล้วนะ ยอมคบด้วยหรือยอมคุยด้วย เพราะคิดว่าเป็นเพื่อนกัน เคยนะไปหาเขาที่บ้านไปทวงเงิน แม่เขาตาบอดข้างนึงนะ แล้วก็อ้วนเชียว ขาบวม แทบจะเดินไม่ไหวแล้ว เรายังแจ๋ไปนอนออกกำลังกายบอกคุณแม่ทำท่านี้สิคะ ไปนอนอยู่กับพื้นสอนแม่เขาออกกำลังกายอีก ดูสิโง่ไหมละ คือเขาน่าจะพูดอะไรเพื่อเราบ้าง หรือไม่ต้องพูดก็ได้ แต่ทำอะไรบ้าง สุดท้ายผู้หญิงเขาก็ไม่รู้จริงหรอก ไม่มีใครรู้จริงหรอก”

“ถามว่ากลัวเขาจะออกมาว่าอะไรหมีไหม ไม่กลัวเลย อยากว่าอะไรเอาเลย ด่าเขาว่าไอ้หัวล้านเหรอ อยากเขียนอะไรเขียนไปเลย เพราะหมีกล้ายอมรับว่าเขาทำจริง หมีดูแล้วถึงกล้าเขียนไงว่าช่องไหนบ้างที่เราจะโดน ถ้ามันมีช่องและเราต้องโดนก็ต้องยอมรับ เช่นเราไปเอาบ้านเขามาหมียอมรับได้ แต่นี่ไม่เลย บ้านก็บ้านกู กูยังโง่ไปให้เขาอีก หมีก็ไม่รู้จะเปรียบเทียบยังไงให้ฟัง แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ”

ยันอีกครั้งคนที่เอาปืนจ่อหัวไม่ใช่ “หลุยส์” อดีตสามี ลั่นไม่เคยคิดตัวเองอาภัพเรื่องความรัก ซึ่งรักครั้งใหม่ต้องใช้ใจควบคู่ไปกับปัญญา

“ที่คนอาจจะมองว่าส่วนใหญ่หมีพูดถึงพี่หลุยส์ ต้องบอกว่าไม่ใช่นะคะ คนที่บอกว่าเอาปืนจ่อหัวลูกหมี ก็ไม่ใช่พี่หลุยส์ค่ะ เป็นคนรักเก่า คือเขาเป็นคนที่ชอบดื่มสุรา พอดื่มแล้วก็จะขาดสติสัมปชัญญะ ก็ไม่ถึงกับลงไม้ลงมือนะคะ แต่พอเขาเมาก็เหมือนต่างคนต่างไม่ยอมกัน ก็เลยมีการเถียงกัน ขัดขืนกัน มันก็เลยเกิดการบาดเจ็บขึ้น แต่ในเรื่องของปืนจ่อหัวเพราะเขาเป็นคนชอบเล่นปืน พออารมณ์รุนแรงและเป็นคนที่ดื่มสุราเยอะๆ ก็จะขาดสติ เขาก็เลยเอาปืนจ่อหัวถึง 2 ครั้งเลยค่ะ แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่พี่หลุยส์แน่นอน พี่หลุยส์ไม่เคยเอาปืนจ่อหัว ยืนยันค่ะ”

“แต่ก็ไม่เคยคิดนะคะว่าตัวเองอาภัพรัก จะคิดแค่ว่าเราทำดีกับใครแต่ทำดีไม่ค่อยขึ้น ทุกวันนี้ก็มองความรักว่าเป็นสิ่งสวยงามนะคะ แต่ก็ยอมรับว่ากลัวมากขึ้น เพราะลูกหมีเหมือนโดนครอบงำ(หัวเราะ) เราต้องอยู่อย่างนี้มานาน ในลักษณะความคิดที่มันผิดๆ เราก็มีความคิดว่าทำไมต้องมาเจอแบบนี้ แต่ก็คิดว่าเราคงไม่ได้อาภัพรัก คิดว่าถ้าจะเลือกอะไรสักอย่างนึง หรือเลือกใครสักคนนึงที่เข้ามาเป็นคู่ครอง เราก็คงจะใช้ความรู้สึกอย่างเดียวไม่ได้แล้ว คงต้องใช้ปัญญามากขึ้น และคงต้องใช้ความรู้สึกที่มันเป็นความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่ความรู้สึกที่ฉาบฉวย ซึ่งรักครั้งใหม่ยังไม่พบเลยค่ะ แต่ก็ลองคบๆ ดูๆ ไปหลายๆ คน แต่ก็รู้สึกเลยว่าเรายังไม่พร้อม เหมือนกับเรายังไม่เก่งพอ ยังไม่มีความมั่นใจพอค่ะ”



เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ “ซ้อ7” ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ระบบ dtac - เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 ระบบ AIS - กด *468200311 แล้วโทร.ออก ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

ข่าวจาก

แสดงความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น