สนง.สถิติ สรุปผลยาเสพติดระบาดหนัก สถานศึกษาน่าเป็นห่วง
สำนักงานสถิติแห่งชาติ สรุปผลยาเสพติดพบยังระบาดหนัก สถานศึกษาน่าเป็นห่วงที่สุด พร้อมเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน 37.5 เห็นว่ายังมีปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน/หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานครมีปัญหาด้านยาเสพติดมากที่สุด
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน ของทุกปี โดยเผยถึงการสำรวจของสำนักงานเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 พบว่าปัญหายาเสพติดยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนร้อยละ 37.5 เห็นว่ายังมีปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน/หมู่บ้าน ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเดือน ก.พ. 52 ซึ่งมีร้อยละ 32.2 และกรุงเทพมหานครมีปัญหาด้านยาเสพติดมากที่สุด
ปัญหาด้านผู้ค้า หรือผู้ลักลอบค้ายาเสพติด ประชาชนเห็นว่ายังคงมีปัญหาอยู่และเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 63.9 (ก.พ. 2552) เป็นร้อยละ 70.7 (ก.พ. 2553) โดยคนกทม. เห็นว่ามีปัญหาด้านผู้ค้ามากสุด ร้อยละ 86.2 (ก.พ. 2553) รองลงมาคือภาคใต้ ร้อยละ 72.4
ไม่ต่างจากปี 2552 การสำรวจในเดือน ก.พ. 53 ประชาชนมีความคิดเห็นเรื่องปัญหาด้านผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดยังอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกับปี 52 คือ ร้อยละ 95.2 (ก.พ. 52) และร้อยละ 95.1 (ก.พ. 53)
ผลการสำรวจในเดือน ก.พ. 53 ประชาชนร้อยละ 51.3 ระบุว่ามีปัญหา โดยผู้ที่ระบุว่ามีปัญหาเห็นว่าปัญหาที่มีอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 4.6 โดยพบว่าในภาพรวมประชาชนมากกว่าครึ่ง เห็นว่ามีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในโรงเรียน/สถานศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง คือเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.2 (ก.พ.52) เป็นร้อยละ 51.3 (ก.พ. 53) โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 75.2 ระบุว่า มีปัญหาในโรงเรียน/สถานศึกษามากกว่าภาคอื่น รองลงมาคือ ภาคใต้ ร้อยละ 56.2 ภาคกลาง ร้อยละ 51.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 44.3 และภาคเหนือ ร้อยละ 39.7
โดยผลการสำรวจในเดือน ก.พ. 53 พบว่า ประชาชนร้อยละ 11.4 ที่เห็นว่าการหาซื้อยาเสพติด ได้ง่ายมีเพิ่มขึ้น จากเดือน ก.พ 52 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 8.0
ปี 53 สังคมให้โอกาสกับผู้เลิกยาเสพติดกลับเข้าสู่สังคมน้อยลง คือเพียงร้อยละ 74.1 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 52 มีถึงร้อยละ 82.4 และในปี 53 มีประชาชนร้อยละ 25.9 ระบุว่าไม่ยอมรับ
ในภาพรวมของการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ประชาชนร้อยละ 63.1 ระบุว่าว่ามีการดำเนินงาน โดยภาคเหนือมีการดำเนินงานป้องกันฯ มากที่สุด ร้อยละ 69.6 รองลงมา คือภาคใต้ ร้อยละ 67.3 การป้องกันฯ น้อยที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 48.4 โดยผู้ที่เห็นว่าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวแล้วทำให้ชุมชน/หมู่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นร้อยละ 28.5
สำหรับการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดในครอบครัว ประชาชนในภาพรวม ร้อยละ 46.1 ระบุว่ามีการดำเนินงาน โดยภาคเหนือและภาคใต้มีสัดส่วนการป้องกันปัญหายาเสพติด ในครอบครัวใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 50.9 และ ร้อยละ 50.4 ตามลำดับ สำหรับครอบครัวชาวกรุงนั้น มีเพียงร้อยละ 32.5 เท่านั้นที่มีการป้องกันปัญหายาเสพติดในครอบครัว โดยผู้ที่เห็นว่าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวแล้วทำให้ชุมชน/หมู่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นร้อยละ 19.2
ในภาพรวมของการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน ประชาชนใน 30 จังหวัดชายแดนทั่วประเทศร้อยละ 55.5 ระบุว่ามีการดำเนินงาน โดยผู้ที่เห็นว่าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวแล้วทำให้ชุมชน/หมู่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นร้อยละ 21.1 (สำหรับจังหวัดชายแดน 30 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชุมพร ระนอง นราธิวาส สงขลา ยะลา และสตูล )
จากผลการสำรวจในเดือน ก.พ. 53 ประชาชน ร้อยละ 25.4 เห็นว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐมีการติดตาม ดูแล และให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุดเป็นสัดส่วนลดลงเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเดือน ก.พ.52 ซึ่งมีร้อยละ 27.1
ประชาชนร้อยละ 38.4 ได้แสดงความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการการป้องกัน/แก้ไขปัญหายาเสพติด ดังนี้ ควรปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง (ร้อยละ 49.7) ควรใช้กฎหมายลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด (ร้อยละ 35.7) ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ร้อยละ 7.0) ควรรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่าย (ร้อยละ 5.2) และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เรื่องยาเสพติด (ร้อยละ 4.9) รวมทั้งควรลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด (ร้อยละ 4.7) เป็นต้น
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน ของทุกปี โดยเผยถึงการสำรวจของสำนักงานเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 พบว่าปัญหายาเสพติดยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนร้อยละ 37.5 เห็นว่ายังมีปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน/หมู่บ้าน ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเดือน ก.พ. 52 ซึ่งมีร้อยละ 32.2 และกรุงเทพมหานครมีปัญหาด้านยาเสพติดมากที่สุด
ปัญหาด้านผู้ค้า หรือผู้ลักลอบค้ายาเสพติด ประชาชนเห็นว่ายังคงมีปัญหาอยู่และเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 63.9 (ก.พ. 2552) เป็นร้อยละ 70.7 (ก.พ. 2553) โดยคนกทม. เห็นว่ามีปัญหาด้านผู้ค้ามากสุด ร้อยละ 86.2 (ก.พ. 2553) รองลงมาคือภาคใต้ ร้อยละ 72.4
ไม่ต่างจากปี 2552 การสำรวจในเดือน ก.พ. 53 ประชาชนมีความคิดเห็นเรื่องปัญหาด้านผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดยังอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกับปี 52 คือ ร้อยละ 95.2 (ก.พ. 52) และร้อยละ 95.1 (ก.พ. 53)
ผลการสำรวจในเดือน ก.พ. 53 ประชาชนร้อยละ 51.3 ระบุว่ามีปัญหา โดยผู้ที่ระบุว่ามีปัญหาเห็นว่าปัญหาที่มีอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 4.6 โดยพบว่าในภาพรวมประชาชนมากกว่าครึ่ง เห็นว่ามีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในโรงเรียน/สถานศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง คือเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.2 (ก.พ.52) เป็นร้อยละ 51.3 (ก.พ. 53) โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 75.2 ระบุว่า มีปัญหาในโรงเรียน/สถานศึกษามากกว่าภาคอื่น รองลงมาคือ ภาคใต้ ร้อยละ 56.2 ภาคกลาง ร้อยละ 51.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 44.3 และภาคเหนือ ร้อยละ 39.7
โดยผลการสำรวจในเดือน ก.พ. 53 พบว่า ประชาชนร้อยละ 11.4 ที่เห็นว่าการหาซื้อยาเสพติด ได้ง่ายมีเพิ่มขึ้น จากเดือน ก.พ 52 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 8.0
ปี 53 สังคมให้โอกาสกับผู้เลิกยาเสพติดกลับเข้าสู่สังคมน้อยลง คือเพียงร้อยละ 74.1 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 52 มีถึงร้อยละ 82.4 และในปี 53 มีประชาชนร้อยละ 25.9 ระบุว่าไม่ยอมรับ
ในภาพรวมของการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ประชาชนร้อยละ 63.1 ระบุว่าว่ามีการดำเนินงาน โดยภาคเหนือมีการดำเนินงานป้องกันฯ มากที่สุด ร้อยละ 69.6 รองลงมา คือภาคใต้ ร้อยละ 67.3 การป้องกันฯ น้อยที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 48.4 โดยผู้ที่เห็นว่าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวแล้วทำให้ชุมชน/หมู่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นร้อยละ 28.5
สำหรับการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดในครอบครัว ประชาชนในภาพรวม ร้อยละ 46.1 ระบุว่ามีการดำเนินงาน โดยภาคเหนือและภาคใต้มีสัดส่วนการป้องกันปัญหายาเสพติด ในครอบครัวใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 50.9 และ ร้อยละ 50.4 ตามลำดับ สำหรับครอบครัวชาวกรุงนั้น มีเพียงร้อยละ 32.5 เท่านั้นที่มีการป้องกันปัญหายาเสพติดในครอบครัว โดยผู้ที่เห็นว่าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวแล้วทำให้ชุมชน/หมู่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นร้อยละ 19.2
ในภาพรวมของการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน ประชาชนใน 30 จังหวัดชายแดนทั่วประเทศร้อยละ 55.5 ระบุว่ามีการดำเนินงาน โดยผู้ที่เห็นว่าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวแล้วทำให้ชุมชน/หมู่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นร้อยละ 21.1 (สำหรับจังหวัดชายแดน 30 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชุมพร ระนอง นราธิวาส สงขลา ยะลา และสตูล )
จากผลการสำรวจในเดือน ก.พ. 53 ประชาชน ร้อยละ 25.4 เห็นว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐมีการติดตาม ดูแล และให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุดเป็นสัดส่วนลดลงเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเดือน ก.พ.52 ซึ่งมีร้อยละ 27.1
ประชาชนร้อยละ 38.4 ได้แสดงความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการการป้องกัน/แก้ไขปัญหายาเสพติด ดังนี้ ควรปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง (ร้อยละ 49.7) ควรใช้กฎหมายลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด (ร้อยละ 35.7) ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ร้อยละ 7.0) ควรรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่าย (ร้อยละ 5.2) และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เรื่องยาเสพติด (ร้อยละ 4.9) รวมทั้งควรลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด (ร้อยละ 4.7) เป็นต้น
ข่าวจาก

