“สุวิทย์” ปลื้มเลื่อนแผนพระวิหารเขมรสำเร็จหลังวิ่งรอกเจรจา
สดจากบราซิลเบื้องหลังความสำเร็จเลื่อนแผนพระวิหาร สุวิทย์ วิ่งรอกเจรจา พร้อมเผยบรรยากาศหลังประธานประกาศเลื่อนแผนกัมพูชา กรรมการมรดกโลกแห่ยินดีไทย ฝ่ายเจ้าภาพโล่งอกไทยไม่วอล์กเอาต์-ถอนตัวจากภาคีอย่างที่ประกาศ
นายรอส บอรัท กรรมการมรดกโลกของประเทศกัมพูชา จับมือแสดงความยินดีกับ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกแหล่งข่าวจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ประเทศบราซิล รายงานภายหลังจากคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ แจ้งเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารการจัดการปราสาทพระวิหาร ไปในประชุมครั้งที่ 35 ที่บาห์เรน ว่า ก่อนหน้าที่ฝ่ายไทยเข้าร่วมประชุมในวันที่ 29 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศบราซิล นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมบราซิล ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก และเอกอัครราชทูตบราซิลประจำองค์การยูเนสโก เป็นการพบปะหารือฝ่ายเดียว เนื่องจากเมื่อที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา การหารือทวิภาคีระหว่างไทย และนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่ประสบผลสำเร็จ และไม่สามารถเขียนร่างข้อตกลง (draft decision) เพื่อแถลงต่อที่ประชุมได้ เนื่องจากประเทศทั้งสองมีพรมแดนติดกัน และมีปัญหาการบริหารจัดการในพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ (dispute area) 4.6 ตารางกิโลเมตร
แหล่งข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้หารือกับ นางอีรินนา บัคโควา ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก เพื่อแจ้งประท้วงเรื่องแผนบริหารการจัดการปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นายสุวิทย์ และ รมว.วธ.บราซิล ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการหารือ จึงได้ข้อสรุปร่างข้อตกลง (draft decision) ในเบื้องต้น แต่เมื่อนำร่างข้อตกลงดังกล่าวไปหารือกับกัมพูชา เพื่อให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกัน ปรากฏว่า กัมพูชาไม่สามารถรับข้อเสนอได้ ทำให้วาระการประชุม จากเย็นวันที่ 28 กรกฎาคม เลื่อนมาเป็นเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม จากนั้นก็ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยให้ประชุมวาระอื่นๆ ทดแทนไปก่อน สุดท้ายไม่สามารถเจรจาผ่านตัวกลางสำเร็จ บราซิลในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 34 จึงเป็นตัวกลางเจรจาใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จนตกลงร่วมกันได้ว่าให้เลื่อนการพิจารณาแผนการบริหารจัดการของกัมพูชา จากการประชุมครั้งที่ 34 ไปเป็นครั้งที่ 35 ในปี พ.ศ.2554 ที่บาห์เรน
แหล่งข่าวรายเดิม รายงานอีกว่า ปัญหาหลักของไทย คือ แผนการบริหารจัดการของปราสาทพระวิหาร (buffer zone) มีบางส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในเขตที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ (dispute area) 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งไทยก็อ้างสิทธิในพื้นที่นี้ตามชายขอบของสันปันน้ำ (water shade) ว่า เป็นเขตอธิปไตยของไทย รวมทั้งร่างข้อตกลงจำนวน 7 หน้า ที่กัมพูชาแจกในที่ประชุมก่อนการพิจารณาวาระดังกล่าว ซึ่งเอกสารดังกล่าว ระบุว่า มีการทำกิจกรรมบางอย่างในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งฝ่ายไทยไม่สามารถยอมรับได้ นอกจากนี้ แผนการบริหารจัดการฉบับเต็ม ความยาวจำนวน 130 หน้า ซึ่งทางกัมพูชาอ้างว่าได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของศูนย์มรดกโลกแล้ว แต่ฝ่ายไทยก็ยังไม่เห็นแผนดังกล่าวถูกเผยแพร่
แหล่งข่าวรายงานบรรยากาศในที่ประชุม ว่า การหารือที่ประชุมไม่ได้มีการลงคะแนนเสียง แต่เป็นการประกาศของประธาน หลังจากนั้น ได้มีกรรมการจากประเทศสมาชิก และประเทศต่างๆ ที่รอคอยผลสรุปเรื่องนี้ ต่างเดินมาจับมือกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ซึ่งส่วนใหญ่มาแสดงความยินดีกับไทยมากกว่าที่สามารถตกลงกันได้โดยไม่มีเรื่องวอล์กเอาต์ และเสียบรรยากาศการประชุม และไทยไม่ต้องลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก รวมทั้งถอนตัวจากสมาชิกภาคีอนุสัญญา ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้
ข่าวจาก

